อัลฟาฟ่า เจ้าของฉายา “หญ้ามหัศจรรย์” ตอนที่ 3

มาถึงตอนจบของเรื่องอัลฟาฟ่ากันแล้วนะคะ  ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ แม้มีประโยชน์อย่างมากมาย แต่ถ้านำมาใช้ไม่ถูกต้องก็จะทำให้เกิดผลร้ายตามมาได้  สิ่งที่ผู้บริโภคต้องคำนึงถึงคือ “ไม่มากไป หรือน้อยไป”  ในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้เราได้รับประโยชน์สูงสุด และไม่สิ้นเปลืองด้วยค่ะ

หากใครที่กำลังนึกถึงอาหารเสริมที่เรียกว่า อัลฟาฟ่า แล้วละก็ มีข้อแนะนำง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

แนะนำรูปแบบและการรับประทานอัลฟาฟ่า

รูปแบบของอัลฟัลฟาที่มีในปัจจุบันมีทั้งเป็นแบบผงชาใช้ชงรับประทาน เม็ด หรือแคปซูล โดยถ้าเป็นชาแนะนำให้ใช้ขนาด 1-2 ช้อนโต๊ะต่อถ้วยค่ะ  โดยการต้มให้เดือดประมาณ 10-20 นาท สำหรับรูปแบบที่เป็นเม็ดนั้น  ผงแคปซูลในปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดขนาดการใช้อัลฟัลฟาสำหรับมนุษย์อย่างแน่นอน ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรบางคนแนะนำให้บริโภคอัลฟาฟ่าขนาด 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับกรณีใช้อัลฟัลฟาเพื่อการบำบัดภาวะคลอเลสเตอรอลสูง ขนาดที่แนะนำคือ 250-1000 มิลลิกรัม 2-3 ครั้งต่อวันพร้อมกับการรับประทานอาหารหลักค่ะ   โดยที่ผลิตภัณฑ์อัลฟัลฟานั้นจะต้องมีข้อความว่าปลอดจากสาร Canavanine และส่วนประกอบที่เป็นอันตรายอื่น จึงจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้เป็นธาตุอาหารเสริมได้อย่างปลอดภัยนะคะ

สิ่งที่้ต้องระวังในการรับประทานอัลฟาฟ่า

  • เนื่องจากปัจจุบัน อัลฟัลฟามีรูปแบบหลากหลาย ทั้งเป็นแบบผง หน่อ และเมล็ด ซึ่งแต่ละประเภทจะมีสาร L-cavanine ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดเซลล์เลือดผิดปกติ ม้ามขยายตัวได้ แต่อย่างไรก็ตามปัญหานี้จะหมดไปถ้าได้มีการให้ความร้อนแก่อัลฟัลฟานั้น
  • จากการศึกษาในสัตว์พบว่าการรับเมล็ดหรือหน่อของอัลฟัลฟาเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมากจะก่อให้เกิดอาการ systemic lupus erythematosus (SLE) ได้ ซึ่งอาการ SLE นี้อาจเชื่อมโยงเกิดขึ้นกับคนที่รับประทาน อัลฟัลฟาในรูปแบบเม็ดได้ โดยอาการของ SLE คือ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดผิดปกติขึ้นเอง ซึ่งลักษณะของอาการดังกล่าวคือ ข้อต่ออักเสบ ความเสี่ยงที่ไตและอวัยวะอื่นๆ จะเสียหายสูง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกรดอะมิโน canavanine ปริมาณแคลลอรี่ โปรตีน แลไขมันที่มีอยู่มากในเมล็ดอัลฟัลฟา
  • ในการใช้อาหารเสริมอัลฟัลฟาไม่ควรใช้ร่วมกันอาหารเสริม Vitamin E  ค่ะ  เนื่องจาก วิตามิน จะไปขัดขวางการดูดซึม เสียดายของค่ะ  เสียดายของ…
  • มีรายงานความเป็นพิษของหน่ออัลฟัลฟาสดที่ติดเชื้อแบคทีเรียจากเมล็ดก่อนที่จะแตกหน่อ โดยในหน่อที่ยังสดของอัลฟัลฟาอาจมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ จึงเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยในคนได้ถ้าได้บริโภคเข้าไป ดังนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงแนะนำให้เด็กเล็ก และผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเรื้อรัง หลีกเหลี่ยงการบริโภคหน่อของอัลฟัลฟา
  • อัลฟัลฟาอาจก่อให้เกิดอาการปวดท้องและท้องร่วงได้   หากมีอาการควรหยุดรับประทานทันที อัลฟัลฟา เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง กรณีของหญิงมีครรภ์ หรือเด็กเล็กไม่ควรใช้นะคะ

ขอจบเรื่องของอัลฟาฟ่าแต่เพียงเท่านี้  ถ้าใครกำลังมองหาอาหารเสริมอยู่ละก็  ขอแนะนำอัลฟากรีนค่ะ เป็นคลอโรฟิล์จากอัลฟาฟ่า คลิ๊ก! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน Good Healty และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s